314 - I used to think that the day would never come
posted on 02 Aug 2005 16:03 by bjforever in season3Brian : I guess I've lost everything
Justin : Not everything

++ ++ ++
กรี๊ดดดดดด ในที่สุดก็มาถึงตอนจบของภาค 3 .ซักที อยากจะบอกว่านี่เป็นตอนจบที่เราอยากให้เป็นตอนอวสานของเรื่องนี้ไปเลย !!! แบบไม่ต้องมารับรู้ตอนจบภาค 4 กับภาค 5 ( ทารุณจิตใจมาก T__T )
episode นี้ทุกคนเติบโตขึ้นและพร้อมที่จะ move on ไม่ว่าจะเป็นการ
- keep dancing ของเอมเม็ตที่มีต่อเท็ด
- เท็ดได้สติและพร้อมกลับตัว ( ดีใจมากๆ )
- ความสมหวังของเมล+ลินซ์
- พัฒนาการทางความรู้สึกที่ไมเคิลมีต่อฮันเตอร์
- การเปลี่ยนแปลงของไบรอันโดยมีจัสตินเป็นแรงขับเคลื่อน ( กรี๊ดดดดด )
- ด้วยความร่วมมือระหว่าง Rage & JT ในที่สุดLiberty Avenue ก็กลับมาฉายแสงอีกครั้ง ( Rage=Brian , JT=Justin.... ถ้าลืมว่า Rage & JT เป็นใคร ให้ย้อนกลับไปอ่านตอน 215 ใหม่อีกรอบนะจ๊ะ)
เพราะนี่เป็นภาคที่เรารักที่สุด มันมีตอนจบที่ลงตัวที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่องหรือดนตรีประกอบ ถ้าไม่นับฉากจบตอน 206 แล้ว 314 ถือว่ามีฉากจบที่เพอร์เฟค
++ ++ ++
เปิดฉากที่ถนน Liberty จะเห็นหนุ่มเกย์เดินจูงมืออย่างมีความสุข แต่แล้วพอเห็นตำรวจพวกเขาผละมือจากกันพร้อมกับภาพเปลี่ยนเป็นโทนขาวดำที่แสดงถึงความหม่นหมอง แล้วไบรอันจัสตินก็เดินเข้ามา ไบรอันพาจัสตินไปยืนหน้าตำรวจแล้วประชดว่า
"Cops in the street, cops in the bars, cops in the clubs. It's fucking depressing !"
จัสตินตอบอย่างประชดพอกันว่า นอกจากคุณจะเข้าไปในตัวตำรวจน่ะแหละ !!
พวกเขาหัวเราะแล้วจูบกันต่อหน้าตำรวจแบบไม่กลัวโดนจับ

แล้วพวกเขาก็ผละมาพร้อมกับเด็บบี้และวิคเดินเข้ามาหา เด็บบี้ถามอย่างตกใจว่าไบรอันจัสตินกำลังทำอะไร ไบรอันโอบจัสตินจากด้านหลังพร้อมขยับสะโพกกระแทกสะโพกจัสติน แล้วจัสตินก็ช่วยเด็บบี้แจกใบปลิวต่อต้านสต๊อกเวล

++ ++ ++
ขณะที่ทางไมเคิล+เบน+ฮันเตอร์ เริ่มเช้าวันใหม่เหมือนครอบครัวสุขสันต์ พวกเขาคุยกันเรื่องโรงเรียนใหม่ของฮันเตอร์ พร้อมกับถามว่าหลังเลิกเรียนฮันเตอร์มีโปรแกรมไปไหนบ้าง ฮันเตอร์ท่าจะสนุกกับการเข้าเรียนอีกครั้ง เขาตอบว่า
"First, I've brand practice, then Susie and I are going to study for a chem exam."
ฮันเตอร์เล่นดนตรี !?

++ ++ ++
ตัดมาที่สองสาวบ้าน ( หลังจากไม่ได้เขียนถึงมานาน ^___^ ) เมลกำลังดูเรือนร่างตัวเองในกระจก โดยมีลินซ์ลูบไล้ท้องที่มีทารกนอนหลับอยู่อย่างภาคภูมิใจ

ลินซ์อวดของขวัญที่หล่อนซื้อเตรียมไว้ให้ลูกที่กำลังจะเกิดของเมล แต่เมลกลับโมโห เพราะทางบ้านหล่อนถือว่าการเตรียมของให้เด็กที่ยังไม่คลอดเป็นลางไม่ดีและเหมือนเป็นการแช่งทางอ้อม ( เหมือนของไทยเราเลย )
เมื่อพวกหล่อนมาข้างล่าง ลินซ์เข้าปลอบเอมเม็ตที่นอนอยู่บนโซฟา ดูเหมือนเอมเม็ตยังทำใจกับเรื่องของเท็ดไม่ได้

++ ++ ++
ที่ loft จัสตินนั่งเล่นเน็ตอยู่ขณะที่ไบรอันตั้งโปรแกรมรับสัญญาณภาพทีวีเครื่องใหม่ ( ตกงานอยู่นะเฟ้ย
) แต่ไม่ว่าจะตั้งไปช่องไหน ก็เจอแต่โฆษณาโปรโมตของจิม สต๊อกเวลที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมา

จัสตินอดคันปากกับการใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายของไบรอันไม่ไหวเลยแขวะมาว่า
"คุณทำให้ผมอึ้งจริงๆ นะไบรอัน, มีไม่กี่คนหรอกที่ซื้อทีวีจอแบนราคากว่า 5,000$ ขณะกำลังตกงานอยู่"
ไบรอันตอบว่า "แล้วจะให้ทำอะไรที่ดีกว่าการช้อปปิ้งล่ะ"
( จริงอยู่ว่าช้อปปิ้งเป็นการบำบัดทางใจอย่างหนึ่ง...แต่...ไม่ใช่ตอนตกงานเว้ย !!! )
จัสตินหัวเราะขำความคิดไบรอันก่อนลุกเดินเข้ามาหาพร้อมอวดผลงานตัวเอง "บางทีภาพนี้อาจทำให้คุณสดชื่นขึ้นมาก็ได้"
มันเป็นภาพตัวร้ายที่จัสตินวาดประกอบในการ์ตูน Rage ของเขากับไมเคิล ซึ่งจัสตินเอาส่วนผสมระหว่างจิม สต๊อกเวลกับหมูป่าลงไว้ด้วยกัน

"ตัวร้ายนี้ชื่อ Razorback เขาทำทุกวิถีทางรวมถึงการใช้ยาสั่งเพื่อให้ผู้คนไปลงเลือกคะแนนให้เขาเป็นประธานาธิบดี แต่โชคดีที่ Rage รู้ทันแผนการร้ายเลยใช้พลังจิตเปลี่ยนจิตใจประชาชนก่อนที่จะโดนครอบงำ"
ไอเดียของจัสตินทำให้ไบรอันนิ่งคิดถึงวิธีที่จะจัดการกับสต๊อกเวล
++ ++ ++
ที่บ้านไมเคิล+เบน พวกเขารีบกลับบ้านและพยายามใช้เวลาที่กระชั้นเพื่อจะร่วมรักกันก่อนที่ฮันเตอร์จะกลับมาจากบ้านเพื่อน แต่แล้วก็มีคนมาขัดจังหวะ ไมเคิลเปิดประตูก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ หล่อนแนะนำตัวว่าชื่อ Rita Montgomery และหล่อนเป็นแม่ของฮันเตอร์ !!!
ริต้ายื่นความจำนงต้องการรับตัวฮันเตอร์กลับไป พร้อมกับขอบคุณในความใจดีของไมเคิลและเบนที่ให้ที่หลับนอนกับฮันเตอร์.... แต่ดูสภาพไมเคิลและเบนแล้ว เหมือนพวกเขาไม่อยากปล่อยฮันเตอร์ไปเท่าไหร่

++ ++ ++
จากการกระตุ้นให้คิดของจัสติน ทำให้ไบรอันคิดหาวิธีเลื่อยขาเก้าอี้สต๊อกเวลได้ และวันต่อมาไบรอันนำเทปที่เขาทำขึ้นไปเสนอให้คู่แข่งเลือกตั้งของสต๊อกเวลนั่นคือ Deekins, โชคร้ายหน่อยที่ดีกิ้นเป็นคนดีและซื่อสัตย์เกินกว่าจะรับข้อเสนอของไบรอันเพื่อทำลายภาพของสต๊อกเวลคู่แข่งตัวเอง ( มาเป็นเมืองไทยหน่อยไม่ได้
) แน่นอน...ไบรอันโดนปฏิเเสธโดยสิ้นเชิง

ไบรอันหงุดหงิดที่ ดีกิ้น ไม่รับความหวังดีของเขา จึงประชดว่า
"Stockwell may be a dick, but at least he's not apussy !" ( ปากจัดนะนาย...เขาไม่ปรับฐานหมิ่นประมาทถือว่าบุญโขแล้ว
)

++ ++ ++
ที่ Woody's เด็บบี้ยังตั้งหน้าตั้งตาแจกใบปลิวต่อต้านสต๊อกเวลอย่างไม่ลดละ เมื่อหล่อนหันมาเห็นจัสตินเอาใบปลิวมาพับเครื่องบินเล่นก็อดฉิวไม่ได้
"Sunshine ! what're you doing !?"
( ชอบอ่ะจัสตินน่าร๊ากกกกก ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่าจัสตินเพิ่งจะ 19 เท่านั้น...และเขาก็ยังเป็น "พ่อตะวันยิ้มแฉ่งน้อย" คนเดิมอยู่
แม้ภาคนี้จะทำตัวแก่ขึ้นหน่อยก็ตาม )

พอโดนดุจัสตินก็นั่งหน้าจ๋อย ขณะที่วิคมามาแก้ตัวให้ว่าจัสตินทำถูกแล้ว เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่ประชาชนตัวเล็กๆ อย่างพวกเขาจะไปต่อต้านคนมีอิทธิพลอย่างสต๊อกเวลได้ แต่เด็บบี้ก็คือเด็บบี้ ถ้าหล่อนมุ่งมั่นจะทำอะไรแล้ว หล่อนจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พอเด็บบี้ผละไปแจกใบปลิวต่อ ไบรอันก็เข้ามาแล้วสะกิดจัสติน พร้อมกับร้องบอกพนักงานร้ายให้เปิดทีวี

ภาพโฆษณาในจอทีวีดึงดูดความสนใจของทุกคนในร้าน เพราะมันคือโฆษณาแฉเบื้องหลังของสต๊อกเวลที่มีต่อคดีฆาตกรรมเด็กหนุ่มนาม เจสัน แค้มป์

ในโฆษณาขึ้นข้อความว่า
"On 4/11/02 Jason Kemp was murdered, a voice intones. The voice goes on to describe the facts of the Dumpster Boy case, ending with Before you elect Jim Stockwell mayor, arent there a few questions you want answered? Paid for by Concerned Citizens for the Truth."
ไบรอันกวาดตามองปฏิกิริยาตอบรับจากทุกคนในร้ายอย่างพอใจ


เด็บบี้อุทาน "Jesus Christ !"

++ ++ ++
มาที่บ้านเลสเบี้ยน...เมลเริ่มกังวลถึงรูปร่างตัวเอง หล่อนบอกลินซ์ว่าตอนนี้รูปร่างไม่เปลี่ยนมากหล่อนยังพอรับได้ แต่ถ้าท้องใหญ่กว่านี้จะเป็นยังไงที่สำคัญเมลกลัวที่จะแท้ง ลินซ์ปลอบว่านั่นเป็นสถานการณ์ที่หล่อนเคยผ่านมาแล้ว และหล่อนมั่นใจว่าเมลจะต้องผ่านไปได้เหมือนกัน

++ ++ ++
ในห้องน้ำ Babylon ( ฉากนี้สวยฮ้า ) เราเห็น Rage & JT กำลังกำลังคุยกันผ่านกระจกรูปไข่ภายใต้แสงไฟสีฟ้าเขียว

จัสติน: ประกาศความถูกต้องให้สังคมได้รับรู้ ? ใครกันที่เป็นคนทำ
ไบรอัน:คงเป็นคนบ้าสติไม่ดีล่ะมั้ง
จัสติน : คนบ้าสติไม่ดีแต่รวยล้นฟ้าน่ะสิ
ไบรอัน : มันกินเงิน 5 พันเหรียญทุกครั้งที่สปอตถูกฉาย และมันจะถูกฉายทุกชั่วโมงไปจนถึงวันเลือกตั้ง
++ ++ ++
ในคลับบาบิโลน ที่เค้าท์เตอร์บาร์เอมเม็ตยืนมองเท็ดกับเพื่อนเสพยาของเขาอยู่ห่างๆ ด้วยสายตาเศร้าสร้อย พอดีไบรอันกับจัสตินเข้ามาหาจัสตินบอกจะสั่ง Cosmo ให้ ขณะที่ไบรอันชวนเอมเม็ตไปเต้นรำกัน
เอมเม็ตประหลาดใจมากเพราะตั้งแต่คบหากันมานี่เป็นครั้งแรกที่ไบรอันชวนเขาเต้นรำ ระหว่างที่เต้นไบรอันก็พูดแทงใจเอมเม็ตเรื่องเท็ด ไบรอันแนะนำให้เอมเม็ตลืมเท็ดซะ ถือว่าเท็ดตายไปแล้ว และเอมเม็ตจำเป็นที่จะต้องkeep dancing ต่อไป เพราะถ้ามัวแต่จมปลักกับเรื่องของเท็ดเอมเม็ตก็จะโดนเท็ดฉุดลากลงเหวไปอีกคน

เอมเม็ตไม่พอใจกับคำแนะนำนัก แต่เขารู้ว่าที่ไบรอันแนะมามันถูกต้อง...เขาจำเป็นต้องตัดเท็ดให้ขาด
++ ++ ++
ที่ไมเคิลกับเบน พวกเขาบอกฮันเตอร์ว่าแม่ฮันเตอร์มาหาและต้องการรับตัวฮันเตอร์กลับไป....ทันทีที่เด็กหนุ่มรู้ว่าแม่มาหา เขาก็รีบวิ่งหนีออกจากห้อง โดยมีไมเคิลและเบนวิ่งไล่ตาม จนต้อนฮันเตอร์ไปหยุดที่มุมถนนได้ ไมเคิลและเบนประหลาดกับปฏิกิริยาของฮันเตอร์มาก
ฮันเตอร์ปฏิเสธเด็ดขาดที่จะกลับไปหาแม่ เบนถามถึงสาเหตุ ทีแรกฮันเตอร์ไม่ยอมตอบ เขาได้แต่ขุดคู้อยู่ตรงนั้น จนไมเคิลต้องบอกว่าฮันเตอร์สามารถคุยกับพวกเขาได้ทุกเรื่องแล้วจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ฮันเตอร์จึงจำใจต้องบอกว่า เขาไม่ยอมกลับเพราะถ้ากลับไปแม่ต้องบังคับให้เขาขายตัวเพื่อหาเงินให้ตัวเองใช้
ไมเคิลกับเบนทั้งโกรธและตกใจกับความจริงของฮันเตอร์และแม่ ไมเคิลสงสารฮันเตอร์มาก เขายืนยันกับฮันเตอร์ว่าไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ยอมส่งตัวฮันเตอร์กลับคืนไปหาแม่แบบนั้นเด็ดขาด

++ ++ ++
จ้สตินแวะมาหาไบรอันที่ loft ( อีกนิด... หลังจากพวกเขากลับมาคืนดีกัน..จัสตินไม่ได้ย้ายมาอยู่กับไบรอันเหมือนในภาค 2 แล้วนะจ๊ะ แต่เขาแชร์หอพักอยู่กับแดฟนี่ แล้วมาหาไบรอันเป็นครั้งคราว )
จัสตินสวนทางกับคนงานที่ยกภาพชายเปลือยออกไป เขาแปลกใจมากเพาะนั่นเป็นภาพศิลปินคนโปรดของไบรอัน

แล้วก็ต้องอึ้งอีกเมื่อเห็นชุดโซฟาจากอิตาลีหายไปด้วย พอหันไปจัสตินก็ต้องช็อคอีกครั้งเมื่อไบรอันขายกระทั่งทีวีจอแบนที่เพิ่งซื้อมา
จัสตินรีบบอกไบรอันว่าถ้าไบรอันเดือดร้อนเรื่องเงินก็ยืมจากเขาก่อนก็ได้ พอไบรอันบอกว่า 100,000 $ ... จัสตินอุทานอย่างตกใจ
ไบรอัน : ค่าโฆษณาสปอต 30 วินาทีทุก 1 ชั่วโมง.. ใช้เงินครั้งละ 5000 เหรียญ
จัสติน : แต่คุณบอกว่าคนจ่ายคือ...
ไบรอัน : ประกาศความถูกต้องให้สังคมได้รับรู้ ...Concerned the Citizens for the truth !

จัสติน : คุณเป็นคนทำ !?
ไบรอัน : ถือว่าฉันเป็นพวกบ้าความยุติธรรมที่สติไม่ดีละกัน

จัสตินประทับใจมากขณะที่ไบรอันกลับทำท่าเหมือนเขาไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำเรื่องแบบนี้ลงไป ไบรอันเดินเหมือนคนป่วยไปที่เตียงโดยมีจัสตินเกาะมือไปด้วย

"ฉันว่าฉันคงต้องไปหาที่เรียนเรื่องจัดการทางการเงินให้มากกว่านี้...แต่ตอนนี้ฉันอยากนอนมากกว่า" ไบรอันบ่นกับตัวเอง
พอไบรอันล้มตัวนอน จัสตินยังหุบยิ้มไม่ลง เขาเกาหัวก่อนบอกว่า
"ผมไม่อยากเชื่อว่าคุณจะทำลงไปได้"
ไบรอันประชดว่า "ทำไม ? มันดูไม่เป็นตัวฉันงั้นสิ"

จัสตินยิ้มอยู่ครู่หนึ่งก่อนบอกว่า "มันดูสูงส่งต่างหาก" "Noble" ก่อนจะถามอีกคว่า "อะไรทำให้คุณตัดสินใจทำอย่างนี้ ?"

ไบรอันขยับหันมองจัสตินอยู่ชั่ววินาทีแล้วบอกว่า "มีไอ้งั่นคนหนึ่งมาพูดว่าถ้าเราศรัทธาในบางอย่างแล้วเราควรยินดีที่จะเสียสละเพื่อสิ่งนั้น" "Some asshole told me if you believe in something strongly enough, you have to be willing to sacrifice everything."

จัสตินมองไบรอันอย่างภูมิใจและเต็มไปด้วยความรัก ก่อนจะมอบจูบให้เป็นรางวัล


ไบรอันจะจำได้มั้ยนะว่าครั้งหนึ่งเขาเคยพูดใส่หน้าจัสตินว่า "There nothing noble about being poor" แล้วเขายังเคยบอกว่า "ไม่มีใครมาเสียสละอนาคตตัวเองเพื่อ piece of blond boy ass อย่างจัสติน" แต่ทุกอย่างที่ไบรอันทำลงไป ล้วนสะท้อนให้เห็นว่าเขายอมที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อ piece of blond boy ass อย่างจัสติน ...
++ ++ ++
ในวันเลือกตั้งที่ร้าน Diner เด็บบี้ปฏิเสธที่จะเสิร์ฟอาหารให้ทุกคนที่ยังไม่ได้ไปโหวตลงคะแนน ไม่เว้นแม้แต่ไบรอันที่เอื้อมมือจะเปิดฝาหยิบขนมปังเมลอนมากิน

จัสตินหันโทรทัศน์เครื่องเล็กของร้านแล้วบอกให้ทุกคนดูการสัมภาษณ์ของสต๊อกเวล ที่นักข่าวถามอย่างเป็นห่วงว่าช่วงอาทิตย์สุดท้ายนี้คะแนนนิยมของสต๊อกเวลลดฮวบโดยเฉพาะเมื่อมีข่าวฆาตกรรมเด็กหนุ่มคนนั้นออกมา สต๊อกเวลพอขาดคนแนะนำอย่างไบรอันก็ได้แต่ตอบคำถามอย่างเถรตรงและเหมือนพาตัวเองลงหลุมกว่าเดิม นั่นทำให้ทุกคนในที่นั้นพอใจมากโดยเฉพาะไบรอัน ที่ในที่สุดเขาก็ยิ้มออก

( จัสติน... พ่อหนุ่มน้อยที่รัก...คุณแม่ไม่ได้สอนรึไงจ๊ะว่าห้ามดูทีวีใกล้จอมากเกินไปน่ะ
)

เมื่ออกจากร้าน ไบรอันกับไมเคิลไปเลือกตั้งด้วยกัน ไมเคิลถามไบรอันอย่างแปลกใจ...เขาไม่เชื่อว่าไบรอันยอมจ่ายเงินถึงแสนเหรียญเพื่อปัดขาสต๊อกเวล แล้วสงสัยว่าอะไรทำให้ไบรอันทำแบบนี้
ไบรอันตอบว่า "Risk everything? Sometimes a gay mans gotta do what a gay mans gotta do."

ไบรอันบอกต่อไปเขาคงต้องขายรถอีกคัน...ไมเคิลอุทานบอกว่ารถนั่นเป็นความฝันของไบรอัน แต่ไบรอันตอบอย่างไม่แยแสว่า "มันก็แค่รถ"
ไบรอันเสนอหมากฝรั่งให้ไมเคิลบอกว่านี่เป็นชิ้นสุดท้ายที่เขามี ไมเคิลรับไป แล้วพวกเขาก็ไปยืนต่อแถวลงเลือกตั้งด้วยกัน ( เป็นฉากโปรดอีกฉากเลยล่ะ )

++ ++ ++
หลังกลับจากเลือกตั้งไมเคิลเบน และฮันเตอร์ไปซื้อของเข้าบ้าน แต่ขากลับพวกเขากลับเจอริต้าที่ยืนคอยอยู่หน้าหอพัก เพื่อจะพบฮันเตอร์
ไมเคิลและเบนเข้าขวางและปฏิเสธจะคืนฮันเตอร์ให้ ริต้าโกรธมาก หล่อนทิ้งท้ายอย่างแค้นเคืองว่าเรื่องไม่จบแค่นี้แน่

++ ++ ++
ทางเท็ดนั้น ในที่สุดเขาก็พบว่าตัวเองถลำลึกกับยาเสพติดมากเกินไป เท็ดตัดสินใจเข้ารับการบำบัดที่สถานบำบัดคนติดยา แล้วในที่นั่นเขาได้เจอกับ Blake อีกครั้ง ...คราวนี้ Blake เปลี่ยนสถานะจากอดีตคนติดยากลายมาเป็นผู้ให้คำปรึกษา

( เราชอบ Blake มากเลยนะ เขาเหมาะกับเท็ดที่สุดแล้ว และโชคดีมากที่ตอนอวสานเขาได้เต้นรำคู่กับเท็ด )
++ ++ ++
คืนนั้นที่ Woody's ชาวเกย์ทั้งหลายต่างมารอลุ้นผลการนับคะแนนกับ รวมทั้งพวกไบรอันด้วย

เด็บบี้ทนตื่นเต้นไม่ไหวอดไม่ได้ต้องดึงตัวไบรอันเข้ามากอดจูบ เป็นรางวัลที่ไบรอันยอมเสียเงินเพื่อการโฆษณาต่อต้านสต๊อกเวล

วิคบอกว่าต่อให้งานนี้สต๊อกเวลชนะ ก็ไม่ได้หมายความว่าชาวเกย์อย่างพวกเขาจะยอมแพ้ไปด้วย เพราะเขาเองยังมีชีวิตผ่านช่วงประธาธิบดีนิคสัค มาจนถึงเรแกนได้ จัสตินเห็นด้วยกับวิคแล้วยกแก้วเหล้าให้กัน เพื่อแสดงสปิริตของชาวเกย์

++ ++ ++
ตัดมาที่บ้านไมเคิล+เบน ก่อน...ระหว่างอาหารเย็น ฮันเตอร์มองหน้าต่างแล้วเห็นรถตำรวจแล่นมา ริต้าได้นำตำรวจมาที่บ้านเพื่อข่มขู่จะเอาตัวฮันเตอร์กลับ ไมเคิลรีบตัดสินใจจะพาฮันเตอร์หนี ทีแรกเบนมีท่าทีลังเลแต่พอเขาเห็นไมเคิลตัดสินใจเด็ดขาด เบนจึงสนับสนุนด้วย และก่อนจะไป ฮันเตอร์ได้โผเข้ากอดเบนเพื่อเป็นการขอบคุณ ... เป็นครั้งแรกที่ฮันเตอร์กอดเบน

++ ++ ++
มาที่ฉากเลือกตั้งอีกครั้ง ตอนนี้บนหน้าจอกำลังประกาศการนับคะแนน ทุกคนอยู่ในภาวะตึงเครียด
แล้วในที่สุดผลคะแนนก็ออกมาว่า Deekins ชนะ สต๊อกเวลเกินร้อยเสียง ท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างยินดีของทุกคนใน Woody's

ไบรอันถอนใจโล่งอก

จัสตินเดินเข้ามาหาไบรอัน พวกเขากอดและจูบกัน.... นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นไบรอันกอดจัสตินแนบแน่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกขนาดนี้ ... เป็นการกอดที่แสดงออกถึงสิ่งที่ไบรอันมอบให้จัสติน ไม่ว่าจะเป็นความรัก หรือมิตรภาพ



++ ++ ++
เด็บบี้นำทุกคนออกจาก Woody's ขณะที่ลินซ์ตะโกนว่า "Let's dance !!!"
ที่เบื้องนอก ฉากเปลี่ยนเป็นสีขาวดำเหมือนตอนเปิดฉาก ทว่าคราวนี้มีคนนำธง 7 สีขึ้นไปปักบนป้ายชื่อถนน Liberty Avenue ขณะที่ธง 7 สีปลิวสะบัด สีสันที่ขาดหายไปบนถนนนี้ก็เริ่มกลับคืนมาราวกับเวทมนต์


จัสตินกับไบรอันกอดคอกันออกจากผับ พวกเขายืนรั้งอยู่ตรงบันไดและมองภาพผู้คนบนถนนเต้นรำฉลองกันอย่างสนุกสนาน จัสตินพูดกับไบรอันว่า

"ต้องขอบคุณ Rage ที่ปกป้องเมืองนี้ให้พันภัยอีกครั้ง"
ไบรอันไม่ตอบแต่มองจัสตินด้วยสายตาภูมิใจ



และทันทีที่จัสตินหันมามองไบรอันได้แสร้งทำเป็นเบิ่งตากว้าง แล้วมองเขม็งจนจัสตินผงะ ถามว่า ทำอะไร ไบรอันตอบตามคำพูดของ Rage ในการ์ตูนของจัสตินว่า "กำลังใช้พลังสะกดจิตใจ"
จัสตินรับมุขไบรอันแล้วแกล้งเป็นโดนสะกด .... ก่อนจะสะบัดหน้าแล้วแล้วพวกเขาก็จูบกัน


ขณะที่ Rage และ JT กำลังจะเดินลงบันได Zyphr ( ไมเคิล ) ก็ได้พาฮันเตอร์แหวกฝูงชนเข้ามาหาRage ( ไบรอัน ) เพื่อขอความช่วยเหลือ
ไมเคิลบอกไบรอันว่าริต้า...แม่ของฮันเตอร์พาตำรวจมาถึงบ้าน เขาจำเป็นต้องพาฮันเตอร์หนีไป แต่เพราะออกมาแบบฉุกละหุกเลยไม่ได้เตรียมตัวอะไร


ไบรอันตกใจมากที่ไมเคิลกล้าเสี่ยงกับกฏหมาย ไมเคิลบอกเมื่อถึงคราวจำเป็นไม่ว่าอะไรก็ต้องทำ ( รู้สึกมั้ย ? ขณะที่บทจัสตินจะเดินเคียงกับบทของกัส ... บทของไบรอันก็มักเดินเคียงกับบทของไมเคิลเช่นกัน ) ไบรอันมองไมเคิลนิ่งอยู่เกือบนาทีก่อนย้ำช้าว่า
"ไมเคิล...นาย..มัน...."
"น่าสมเพชใช่มั้ยล่ะ ? ฉันรู้ตัวเองน่า" ไมเคิลต่อให้พร้อมยิ้มขำตัวเอง ไบรอันก็มองอย่างยิ้มๆ แล้วโยนกุญแจรถให้ ท่ามกลางความตะลึงของจัสติน ฮันเตอร์ และตัวไมเคิลเอง

ไบรอันหันไปพูดกับฮันเตอร์ว่าเขาเคยอยู่กับแม่แย่ๆ มาก่อนแล้วรู้ว่ามันเป็นชะตากรรมขมขื่นที่เลี่ยงไม่ได้ ไมเคิลขยับขึ้นจูบไบรอันหนักๆ ทีนึงก่อนจะผละกัน

ดูสายตาคุณจัสตินสิ...หึง ฮ้า...หึง ... ดูทีไรก็ต้องนึกว่าจัสตินหึงไบรอันทุกทีเลยวุ้ย

พอไมเคิลพาฮันเตอร์หายไปกับฝูงชน จัสตินถอนใจหนักหน่วงแล้วพูดกับไบรอันด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อว่า
"ให้ตายเถอะไบรอัน ทีนี้คุณก็ไม่มีกระทั่งรถด้วยซ้ำ"
ไบรอันถอนใจเช่นกันแล้วตอบว่า "ฉันว่าฉันคงต้องสูญเสียทุกอย่างไปแล้วล่ะ"
จัสตินกอดคอไบรอันแล้วมองหน้าเขา ก่อนบอกว่า "ไม่ใช่ทุกอย่างหรอก"

ชอบตอนกอดคอมาก...เหมือนกับพวกเขาอยู่ในฐานะที่เท่าเทียมกัน เป็นเพื่อนเป็นคนรักเป็นคนรู้ใจที่เสมอภาคกัน ไม่ใช่ผู้ปกครองกับเด็กในปกครองอย่าง 2 ภาคที่ผ่านมา.... เท่ากับไบรอันยอมรับความเป็นผู้ใหญ่ของจัสติน

ไบรอันโอบพาจัสตินเดินไปกลางฝูงชนที่โห่ร้องเต้นรำกันอย่างคึกคัก ขณะที่รอบตัวเต็มไปด้วยความคึกคัก พวกเขายืนเพียงกอดกันและกันอย่างสงบนิ่ง ด้วยรอยยิ้มและความภูมิใจ



จบภาค 3 .... ติดตามต่อในภาค 4

ทำไมถึงไม่ตัดภาค 3 เป็นภาคจบเลยว้า..... สำหรับพวกยอมรับความจริงไม่ได้อย่างเรายังไม่เลิกบ่น ... เฮ้อ ภาค 5 มันขมขื่นจริงๆ นะเนี่ย 1
เครดิตภาพเคลื่อนไหวจาก ( whatlovemeans.com )
++ ++ ++
True Faith โดย New Order (psb remix)
I feel so extraordinary
Something's got a hold on me
I get this feeling I'm in motion
A sudden sense of liberty
I don't care 'cause I'm not there
And I don't care if I'm here tomorrow
Again and again I've taken too much
Of the things that cost you too much
I used to think that the day would never come
I'd see delight in the shade of the morning sun
My morning sun is the drug that brings me near
To the childhood I lost, replaced by fear
I used to think that the day would never come
That my life would depend on the morning sun...
When I was a very small boy,
Very small boys talked to me
Now that we've grown up together
They're afraid of what they see
That's the price that we all pay
Our valued destiny comes to nothing
I can't tell you where we're going
I guess there was just no way of knowing
I used to think that the day would never come
I'd see delight in the shade of the morning sun
My morning sun is the drug that brings me near
To the childhood I lost, replaced by fear
I used to think that the day would never come
That my life would depend on the morning sun...
I feel so extraordinary
Something's got a hold on me
I get this feeling I'm in motion
A sudden sense of liberty
The chances are we've gone too far
You took my time and you took my money
Now I fear you've left me standing
In a world that's so demanding
I used to think that the day would never come
I'd see delight in the shade of the morning sun
My morning sun is the drug that brings me near
To the childhood I lost, replaced by fear
I used to think that the day would never come
That my life would depend on the morning sun...
![]()
เพิ่มเติมหน่อยค่ะ พอดีไปเจอบลอคคุณโยฮันวิจารณ์เพรงกาลของเรา แบบอย่างปลื้มอ่ะ ตัวจะลอยอยู่แล้ววววววว > <เวลาเราทำผลงานอะไรออกมาซักอย่างแล้วมีคนชมเนี่ย มันช่างดีจริงๆ เลยน้า ~ลองเข้าไปดูนะคะว่าเขาวิจารณ์ว่ายังไง หุหุ แอบหลงตัวเองอยู่นิดๆ
.. คลิ้กเลยจ้า >>(yohan.exteen.com)<<
++ ++ ++
ของแถม อีกแล้วคับทั่น คราวนี้ลามกสุดๆ NC-21+ นะจ๊ะเหอๆ ตามภาพนี้เลย เรานั่งดูไปปาดน้ำลายไป ถ้าไม่กลัวเลือดกำเดาไหล ก็กดโหลดได้เลยจ้า >>(512 - slomotion)<<เครดิตจากเว็บ (toolunaticsnwon.com) จ้ะ อิอิอิ

![]()