เพรงกาล (ตัดทอนจากในนิยาย)

ผู้แต่ง  พู่ไหม
เรท  NC-17
X posted at fongfei
อธิบาย   เป็นการดึงจากตอนสุดท้ายในนิยายออกมาแปะสำหรับคนที่ไม่เคยอ่านได้อ่าน

 

  


เสียงจอแจของเหล่าหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ได้เข้ามารบกวนชายหนุ่มที่แอบงีบบนเก้าอี้ยาวใต้ร่มไม้ใหญ่ เขามาแอบนอนอยู่ตรงนี้นานพอสมควรเพราะได้นัดแนะกับคนที่นัดหมายไว้ว่าหลังอีกฝ่ายเรียนจบคาบวิชาให้มาเจอกันตรงจุดนี้

เสียงฝีเท้าเหยียบพื้นทางเดินดังตรงมาเรื่อยๆ แล้วสัมผัสแผ่วเบาที่แนบแก้มเพียงผิวเผินก็ปลุกให้คนที่นอนอยู่ต้องลืมตามองด้วยรอยยิ้ม

โทษทีฮะที่ให้คอยจนหลับ”

คนพูดเป็นเด็กหนุ่มในชุดนักศึกษา ผมที่เคยตัดสั้นแบบรองทรงปล่อยยาวและซอยระต้นคอ นภสินธุ์นั่งในลักษณะคร่อมตัวกับเก้าอี้ วางเป้ลงบนโต๊ะ

วันนี้โดนให้รายงานซะอ่วม เลยเลิกช้าหน่อย”

ธรณินทร์บิดกายเล็กน้อย    “ไม่เป็นไร ดีที่อากาศไม่ร้อนมาก กำลังสบายเลย”

ผมโทรเข้ามือถือคุณตั้งหลายหนไม่เห็นเปิด”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วก่อนสำรวจมือถือตัวเอง ปรากฏว่าแบตเตอรี่หมด จากนั้นจึงชวนเด็กหนุ่มให้ขึ้นรถที่จอดอยู่ใกล้ๆ เพื่อออกเดินทาง แต่นภสินธุ์กลับเพียงแค่ลุกขึ้นยืนแล้วมองตามคล้ายอยากจะพูดอะไรแต่อ้ำอึ้งไว้

เมื่อธรณินทร์สตาร์ทเครื่องยนต์ร่างเล็กก็ยังยืนอยู่กับที่ เขาจึงถามอย่างแปลกใจ    “มีอะไร?”

คือ...” นภสินธุ์เสยผมแก้เก้อพลางมองไปอีกทาง ก่อนหันกลับมามองคนที่นั่งประจำที่คนขับเปิดประตูรถค้างไว้ “ผม…ผมเพิ่งนัดกับเพื่อนว่าจะไปดูหนังกัน….”

ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย     "แต่เรานัดกันไว้ก่อน”

นภสินธุ์อึกอักพลางมองไปยังกลุ่มเพื่อนที่จับกลุ่มยืนคอยกันร่วม 5 - 6 คน ธรณินทร์เห็นดังนั้นก็ลอบถอนใจก่อนจะเรียกอีกฝ่ายให้เข้ามาหา เมื่อเด็กหนุ่มเข้ามาในระยะประชิด เขาก็จับข้อมือเล็กดึงรั้งตัวลงมา แล้วยืดกายขึ้นหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่ก่อนส่งยิ้มให้

ไปกับเพื่อนแล้วกัน กับฉันยังมีเวลาอีกเยอะ”

ดวงหน้าขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงซ่าน พยักรับหงึกหงักแล้ววิ่งไปคว้าเป้บนโต๊ะก่อนหันมาโบกมือให้ด้วยสีหน้าชื่นบาน

ไว้โอกาสหน้าค่อยแก้ตัวนะฮะ”

พูดจบก็วิ่งเข้าหากลุ่มเพื่อนทันที ธรณินทร์ดับเครื่อง นั่งมองจนกลุ่มของนภสินธุ์ลับสายตาไปอย่างครุ่นคิดแล้วจึงสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่อีกครั้ง

เข้าช่วงบ่ายแก่การจราจรก็เริ่มติดขัด รถราบนถนนในกรุงเทพฯ เบียดเสียดกันแย่งชิงไปให้ถึงจุดหมาย แต่ไม่ว่าจะเป็นรถหรูหราหรือสัปรังเคแค่ไหนก็เหยียบได้ไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีรถเก่ารุ่นคุณปู่มาจอดเทียบรัศมีกับรถหรูราคาสูงลิบจนน่าใจหาย

ธรณินทร์ ปล่อยคันเร่งเพื่อเหยียบเบรคอีกครั้งเมื่อสัญญาณไฟที่เป็นสีเขียวเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นแดงอีกรอบโดยรถของเขายังเขยื้อนไปได้ไม่เท่าไหร่ ชายหนุ่มเอื้อมมือกดเปิดเพลงเบาๆ จากเครื่องเล่นแผ่นซีดีในรถเพื่อลดบรรยากาศเคร่งเครียดบนท้องถนน
 

เบื้องบนฟ้าครึ้มทะมึนกดทับชั้นอากาศจนน่าอึดอัด กิ่งไม้ตามเกาะกลางถนนเอนโยกไปมาตามแรงลมที่เริ่มแรงขึ้น คนสัญจรบนทางเท้าส่วนใหญ่แหงนมองฟ้าอย่างกังวล เหล่าพ่อค้าแม่ขายบ้างกางผืนพลาสติกคลุมสินค้า บ้างเตรียมกางร่มคันใหญ่ เพราะไม่รู้ว่าฝนเม็ดแรกจะโปรยลงมาเมื่อไหร่


ธรณินทร์ถอนใจกับตัวเองเบาๆ ถ้าฝนตกโดยที่เขายังไม่พ้นจากการจราจรบริเวณนี้ละก็ เชื่อขนมกินได้เลยว่าจะต้องติดไปอีกนานทีเดียว นี่ถ้าเบาะข้างกายมีนภสินธุ์นั่งคู่มาด้วยคงไม่น่าเบื่อเท่าไหร่นึกแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าหมู่นี้รู้สึกเหมือนนภสินธุ์จะหมางเมินกับเขา เหมือนมีกำแพงบางอย่างมากั้นขวางไว้

 

เม็ดฝนเริ่มเปาะแปะต้องกระจกหน้ารถ และเพียงชั่วไม่กี่วินาทีฝนห่าใหญ่ก็สาดเทลงมาราวฟ้ารั่ว นิ้วมือเรียวกดปุ่มเปิดไม้ปัดน้ำฝนแล้วมองสายฝนที่กระหน่ำลงมา

ตั้งแต่นภสินธุ์เข้าเรียนขั้นมหาวิทยาลัย ธรณินทร์ก็เริ่มจับได้ถึงความเหินห่างของเด็กหนุ่ม นภสินธุ์เริ่มติดเพื่อนมากขึ้น ช่วงวันหยุดแม้จะมาคลุกคลีกับเขาหรือมีนัดไปเที่ยวกัน แต่ในวันธรรมด