อดีตเมื่อนานมาแล้ว~ เราเคยใช้ชื่อแทนตัวว่า "ซิมเปียะกุน" ไปโพสต์ fic - ไม่มีน้ำตาวีรบุรุษเอาไว้ที่นี่วันนี้มานั่งเปิดดูข้อมูลเก่า ทำให้ไปพบเจอแล้วหวนนึกถึงวันวานที่เคยคลั่งนิยายจีนเป็นบ้าเป็นหลังถึงขนาดจินตนาการเขียนฟิค Y ได้ ( สมควรชื่นชมมะเนี่ย อิอิ )

ว่าแล้วก็เอามาโพสต์ลงบลอคตัวเองอีกรอบ เก็บไว้เป็นที่ระลึก หุหุหุ


title : ไม่มีน้ำตาวีรบุรุษ ( วีรบุรุษไร้น้ำตา - โกวเล้ง)

แต่งโดย : เราเองจ้า ( นามปากกาเก่า - ซิมเปียะกุน )

อธิบาย : จุดกำเนิด ตำนานวีรบุรุษไร้พ่าย Y นะจ๊ะ Y จ้า

เรท : NC-17 ในภาษาแต่ไม่มีฉาก


ณ นครเชี่ยงอัน ที่เรือนหลังงามหลังหนึ่ง ณ ห้องๆ หนึ่ง มันเป็นห้องที่โอ่อ่าประดับประดาด้วยของมีค่า และงดงามยิ่งกว่าห้องคุณหนูตระกูลขุนนาง

ว่าห้องนั้นงามแต่ยังสู้คนไม่ได้ บนเก้าอี้เอนที่ปูด้วยฟูกนุ่มคลุมทับไหมแพร นั่งไว้ด้วยบุรุษหนุ่มคนหนึ่ง มันสวมเสื้อที่ทำจากแพรไหมต่วนชั้นดี ตัดเย็บจากช่างฝีมือเลิศ เสื้อผ้าที่สวมใส่รัดเข้ากับรูปร่างที่สมส่วน

บนเรียวนิ้วขาวนวลทั้งสิบสวมแหวนที่ประดับด้วยอัญมณีมีค่า ใบหน้าคมคายได้รูปจัดว่าเป็นชายงามที่หาได้ยากดวงตาสีครามทอประกายราวดวงดาว จมูกโด่งรับกับริมฝีปากบางสีแดงชาดที่ประดับรอยยิ้มน้อยๆ

มันนั่งฟังเสียงหลิวเสียดสีกัน มือหนึ่งถือจอกสุราเผาดาบ จิบอย่างสบายอารมณ์

มันกำลังรอ.... รอผู้ที่จะเปิดประตูเข้าห้องมาอย่างสงบ

เสียงประตูพลันเปิดออก แต่ดวงตาที่ลืมอยู่ตลอดเวลาของมันพลันพริ้มหลับลง หูทั้งสองฟังเสียงฝีเท้าที่ก้าวย่างอย่างมั่นคงซึ่งกำลังเหยียบย่างเข้ามา แล้วคิ้วเรียวกลับขมวดมุ่น ที่มันขมวดคิ้วเนื่องเพราะเสียงย่ำฝีเท้า สตรีจะไม่มีฝีเท้าที่หนักแน่นเช่นนี้แล้ว

แม้จะสงสัยแต่มันหาได้ลืมตาคืนดูไม่ นั่นเป็นนิสัยเฉพาะที่จะไม่ดูหน้าอีกฝ่ายก่อนจนกว่าจะได้ยินเสียง แล้วพลันมีมือๆ หนึ่งวางบนหัวไหล่ นั่นเป็นมือที่ใหญ่ และค่อนข้างหยาบ กำลังบีบเค้นหัวไหล่มัน ถึงตอนนี้มันอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้น

เบื้องหน้าพลันกระจ่างขึ้น ผู้ที่ยืนอยู่หน้ามัน กลับเป็นบุรุษ

บุรุษที่อายุไล่เลี่ยกับมัน แม้จะมีเค้าหน้าหล่อเหลาจนแทบเรียกว่าสวย หางคิ้วเชิดขึ้นรับกับตาหงส์ที่ชี้ชัน จมูกโด่งเป็นสันอยู่เหนือหนวดเรียวที่ประดับบนริมฝีปากบาง แม้จะหล่อเหลาแค่ไหน แต่มันก็เป็นบุรุษ

ถึงตอนนี้ มันอดสงกาไม่ได้ ไฉนมีบุรุษมาเยือนห้องมัน

ผู้ที่ย่างเท้าเข้าห้องนี้ล้วนเป็นสตรี และมักเป็นสตรีที่มีความงามพร้อมเงินตรา

แต่ตอนนี้กลับมีบุรุษมาเยือน จะให้มันทำหน้าเฉยอยู่ได้อย่างไรเมื่ออดอยู่เฉยมิได้ จึงกล่าวว่า

ท่านเป็นบุรุษ

บุรุษผู้นั้นกล่าวตอบว่า

ถูกต้อง ข้าเป็นบุรุษ จากนั้นแย้มยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวอีกว่า เป็นบุรุษที่มีปัญญาจ่ายมากกว่าสตรี

กล่าวจบก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้ด้านตรงข้าม เพ่งตาหงส์ทั้งคู่สำรวจมองอีกฝ่ายด้วยประกายตาที่ฝ่ายถูกมองอดครั่นคร้ามไม่ได้ เมื่อสำรวจมองจนพอใจจึงกล่าว

ข้ารู้ว่าท่านเป็นบุรุษที่ปรนเปรอสตรีแต่เป็นชนิดราคาแพงที่สุด

ในห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครา บุรุษหนุ่มเจ้าของห้องผ่อนสีหน้าเป็นสงบนิ่ง แต่ในใจดั่งมีมรสุมกลุ่มหนึ่ง คติของมันคือเมื่อรับเงินแล้วก็จะสนองความต้องการอีกฝ่ายไม่ว่าจะให้ทำอะไรก็ตาม แต่กระนั้นมันก็ไม่เคยรองรับบุรุษมาก่อน มันควรทำอย่างไร

ภายใต้สถานการณ์ที่เริ่มอึดอัด เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างนิ่งเงียบ ยิ่งเพิ่มแรงกดดันในห้องกว่าเดิม ดังนั้นมันต้องเริ่มหาข้อสนทนา

ท่านชื่อแซ่อะไร

แซ่โต๊ะ นามตังไล้

มันถามเสร็จก็ทอดถอนใจ ช้อนดวงตาคู่ที่งามกว่าประกายดาวมองสบตาหงส์ของอีกฝ่ายแล้วกล่าว

ข้าแม้นรองรับสตรีแต่ไม่เคยรองรับบุรุษมาก่อน เงินที่ท่านจ่ายมานำมันคืนไปเถอะ

โต๊ะตังไล้ยืดกายขึ้นโน้มตัวมายื่นมือช้อนคางอีกฝ่ายให้หันเผชิญหน้ากับมันตรงๆ ยามนั้นดวงตาทั้งสี่คู่ประสานสบกัน

ข้าก็ไม่เคยซื้อบุรุษที่ราคาแพงเช่นนี้มาก่อน แต่วันนี้ข้าจะลอง

นั่นเป็นคำยืนยันแน่นอน ทำให้เจ้าของห้องมีสีหน้ากระอักกระอ่วน มันหลุบตาจากประกายบางอย่างที่ตาหงส์คู่นั้นสาดส่องออกมา แล้วยื่นมือเรียวงามค่อยๆ ปัดมือหยาบกระด้างของอีกฝ่ายลงจากคางตน ก่อนลุกขึ้นยืนช้า เดินไปข้างหน้าต่าง

เสียงเก้าอี้เขยื้อน มันรู้ว่าอีกฝ่ายก็ลุกขึ้นยืนเช่นกันแถมยังเดินมาซ้อนอยู่ด้านหลังมัน มันพริ้มตาลงสะท้านร่างขึ้นเล็กน้อย เมื่อมืออีกฝ่ายอ้อมมาปลดผ้าคาดเอว และริมฝีปากที่ประทับบนแก้มมันอย่างแผ่วเบา

มันไม่เคยตัวสั่นมาก่อน.... แต่ตอนนี้มันกำลังสั่น เป็นการสั่นที่เกิดจากความกลัว หรืออารมณ์ที่พลุ่งพล่านกัน กระทั่งตัวมันยังไม่แน่ใจตัวเอง

จนเมื่อเสื้อชั้นนอกของมันถูกปลดเปลื้องออกจนหมดสิ้น ดวงตาทั้งคู่ลืมโพลงมันสะท้านเฮือกหนึ่งคล้ายคืนสติขึ้นมา มือเรียวงามทั้งสิบจับคว้ามือข้ออีกฝ่าย ก่อนที่มือประหลาดคู่นั้นจะรังควานมากไปกว่านั้น

เจ้าของมือประหลาดคู่นั้นโน้นริมฝีปากมาขบกัดติ่งหูมัน ก่อนกระซิบแผ่วเบา

จะหวั่นไปไย

กล่าวจบโต๊ะตังไล้ย่อกายโอบอุ้มมันขึ้นในอ้อมอก มันอดตระหนกไม่ได้จนต้องอุทานออกมา สองมือยันอกอีกฝ่ายไว้ แต่ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนแต่อย่างไร มันเป็นบุรุษ จะให้บุรุษมาดิ้นรนในอ้อมกอดของบุรุษอีกคนได้อย่างไร

จนเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับพื้นฟูกเตียง มันอดไม่ได้ที่จะสะท้านกายขึ้น สองแก้มพลันแดงซ่านเมื่อประสานสบกับสายตาระอุอุ่นที่บอกความปรารถนาของอีกฝ่าย

โต๊ะตังไล้ไล้หลังมือกับใบหน้าแดงซ่านของผู้อยู่ข้างใต้ แล้วสอดมืออีกข้างปลดสาบเสื้อชั้นในของอีกฝ่ายและลูบไล้ผิวกายใต้ร่มผ้า โต๊ะตังไล้รับรู้ถึงการสั่นสะท้านนิดๆ ของผู้อยู่ใต้ร่างเมื่อเห็นดวงตาอีกฝ่ายพริ้มลง และเผยอริมฝีปากสีแดงชาดออกนิดๆ ทำให้อดแย้มยิ้มอย่างนุ่มนวลไม่ได้ โต๊ะตังไล้โน้มริมฝีปากประทับบนหน้าผากอีกฝ่าย กล่าวเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

ท่านมีทีท่าดั่งผู้มิเคยลิ้มรสรัก

เจ้าของดวงตาสีครามที่งามกว่าประกายดาวลืมขึ้น แต่มันไม่กล้าสบประกายตาร้อนแรงของอีกฝ่าย เพียงเมินมองไปด้านอื่น กล่าวเบาๆ ราวเสียงแมงหวี่ว่า

นั่นเพราะข้า ไม่เคยเป็นฝ่ายถูกกระทำ

โต๊ะตังไล้ยิ้มอีกครา มือทั้งคู่ของมันปลดเปลื้องสิ่งพันธการของอีกฝ่ายจนหมดสิ้น จากนั้นลุกขึ้นคุกเข่าใช้สายตาสำรวจเรือนร่างอีกฝ่าย ท่ามกลางแสงเปลวเทียนสาดส่องยิ่งขับผิวพรรณที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของอีกฝ่าย จนโต๊ะตังไล้อดตาพร่าไม่ได้

ผู้ถูกปลดเปลื้องเสื้อผ้าจนหมดสิ้น ยิ่งมีสีหน้าแดงก่ำกว่าเดิมเมื่อพบว่าอีกฝ่ายใช้ตาหงส์คู่นั้นสำรวจมองตนอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อน มันอดไม่ได้ที่จะพลิกตะแคงข้างด้วยความอับอาย

ในใจมันร้อนรุ่มทั้งคิดว่าการยอมเช่นนี้ถูกหรือไม่ แต่อีกใจกลับคิดอยากลิ้มลองรสชาดเช่นนี้ นับเป็นความขัดแย้งยิ่งนัก แต่กระนั้น มันก็ยังถือป้ายยี่ห้อประจำตัวคือ เมื่อรับเงิน ย่อมต้องสนองความต้องการของอีกฝ่าย มันขบริฝีปากเบาๆ ก่อนเบือนหน้าช้อนตามองอีกฝ่าย พริบตานั้นมันตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะยอมพลีกายให้อีกฝ่าย

โต๊ะตังไล้เมื่อสำรวจมองเรือนร่างไร้ที่ติเบื้องหน้าจนพอใจ มันจึงเปลื้องเสื้อผ้าตน แล้วปลดผ้าม่านปิดเตียงลง

...ราตรีหฤหรรษ์ช่างสั้นนัก....

เสียงนกอรุณแข่งกันร้องขับขานปลุกผู้ที่ยังฝันในห้วงราตรีให้ลุกขึ้นต้อนรับวันใหม่ ....ในห้องที่สวยงามห้องหนึ่ง บนเตียงหลังหนึ่ง เพิ่งคลายร้อนที่กรุ่นด้วยไอรักไปไม่นาน มีร่างสองร่างนอนก่ายเกยทับกัน

มือใหญ่หยาบของโต๊ะตังไล้ลูบไล้แผ่นหลังเรียบรื่นของผู้นอนทับบนอ้อมอก จมูกสูดกลิ่นหอมที่กำซาบจากเรือนผมที่เรียบรื่นดุจแพรไหมของอีกฝ่าย ริมฝีปากประดับรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความสุข

เปลือกตาผู้ที่นอนทับบนอกมันกะพริบปริบ จากนั้นมีเสียงแผ่วเบาที่คล้ายไม่อยากทำลายความสงบสุขของยามเช้าเอ่ยขึ้นว่า

ตังไล้ ท่านจะซื้อตัวข้าเป็นครั้งสุดท้ายรึเปล่า

โต๊ะตังไล้เลื่อนมือขึ้นใช้นิ้วเกี่ยวพันเรือนผมอีกฝ่าย กล่าวตอบเบาๆ ว่า

ใช่

คำตอบนั้นทำให้อีกฝ่ายต้องผงกศีรษะขึ้นมอง ดวงตาสีครามทอประกายหม่นหมองเหม่อมองใบหน้าคมสันได้รูป มันทอดถอนใจก่อนโน้มใบหน้าจุมพิตริมฝีปากที่ระรานเรือนร่างมันทั้งคืนอย่างแผ่วเบา แล้วจึงกล่าวด้วยเสียงหดหู่ว่า

ไม่เคยมีใครที่ซื้อตัวข้าครั้งหนึ่ง แล้วจะหวนกลับมาอีก เนื่องเพราะราคามันแสนแพงนัก แม้แต่ท่านก็ไม่มีข้อยกเว้น

โต๊ะตังไล้ยังคงยิ้มแย้ม รอยยิ้มมันเหมือนจะขบขำและเยาะหยันอีกฝ่าย โต๊ะตังไล้พลันพลิกกายทาบทับอีกฝ่ายแนบริมฝีปากประกบอีกฝ่ายด้วยความร้อนแรง สองมือเลื่อนลูบไล้ ขากำยำกดแทรกทาบทับ โต๊ะตังไล้จุดความปรารถนาให้ปะทุขึ้นอีกครา....

เมื่ออารมณ์พิศวาสบรรลุถึงจุดหมาย โต๊ะตังไล้ผละจากอีกฝ่ายลุกขึ้นคว้าเสื้อมาสวม เดินไปรินสุราใส่จอกยกขึ้นจิบ โต๊ะตังไล้ยังคงหันหลังให้ผู้ที่อยู่บนเตียง จนสุราผ่านไปสามจอกมันจึงหันไปมองอีกฝ่ายแล้วเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ซือเบ๊

ผู้ที่เพิ่งประคองตัวเองขึ้นนั่งได้ เหม่อมองอีกฝ่าย

ดวงตาโต๊ะตังไล้ทอประกายนุ่มนวลขัดกับน้ำเสียงจริงจังที่กล่าวออกมา

ซือเบ๊ ข้าจะซื้อตัวท่านเป็นครั้งสุดท้าย แล้วมันก็แย้มยิ้ม แต่ท่านจะต้องอยู่กับข้าตลอดไป

ดวงตาของซือเบ๊กลับคืนสู่ประกายสดใสคราหนึ่ง ก่อนเปลี่ยนเป็นเลิกคิ้วด้วยความข้องใจ

ดวงตาโต๊ะตังไล้สาดประกายเจิดจ้าเพ่งมองฝ่ายตรงข้าม กล่าวว่า

ข้าจะยื่นข้อเสนอให้ท่านกลายเป็นวีรบุรุษที่ชาวบู๊ลิ้มทุกคนจะต้องชื่นชม

คิ้วเรียวงามของซือเบ๊ขมวดนิดๆ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจว่า

ท่านกำลังหยามข้า

โต๊ะตังไล้เลิกคิ้วเล็กน้อย มือวางสุราลงแล้วเดินไปนั่งเคียงคู่ซือเบ๊ที่บนเตียง เชยคางอีกฝ่ายขึ้นและมองสบตา โต๊ะตังไล้โน้มหน้าจุมพิตแก้มซือเบ๊แผ่วเบา ก่อนถอยมามองแล้วกล่าวว่า

ข้าจะทำให้ท่านเป็นราชันย์ไร้พ่าย ดวงตาทอประกายหมายมั่นขึ้น บู๊ลิ้มขณะนี้ต้องการวีรชน แต่วีรชนที่แท้จริงหาได้ยากยิ่ง ดังนั้นข้าจะสร้างวีรบุรุษในแบบของข้าขึ้นมา ข้าจะถ่ายทอดเพลงกระบี่ให้ท่าน และจะใช้เงินทองที่มีผลักดันให้ท่านขึ้นเป็นราชันย์เหนือยุทธภพ

ดวงตาซือเบ๊ทอประกายสับสน มันไม่เข้าใจว่าเหตุใดโต๊ะตังไล้จึงเสนอตัวมันให้ทำเช่นนี้จึงอดถามมิได้ว่า

ถ้าเช่นนั้น ทำไมท่านไม่เป็นเสียเอง

โต๊ะตังไล้ลุกขึ้นยืน เดินมือไพล่หลังไปยังกลางห้อง ชั่วอึดใจจึงกล่าวว่า

เพราะคนบางคนก็ถูกลิขิตให้เป็นเพียงเงา ข้าจะให้ท่านเป็นแสงส่วนข้าเป็นเพียงเงา แล้วหันไปเผชิญหน้ากับซือเบ๊ ที่ยังคงนั่งตะลึงลานอยู่บนเตียง ท่านไม่ต้องหวั่นไป ข้าสาบานว่าไม่ว่าข้าจะเป็นอย่างไร ก็จะไม่ให้ใครมาทำร้ายท่านแม้สักขุมขนหนึ่ง

จากนั้นหนึ่งปีต่อมา ชาวบู๊ลิ้มก็ได้รู้จักบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง ที่ใช้กระบี่สุดขอบฟ้าก่อตั้งสำนักคุ้มกันภัยยิ่งใหญ่ วีรบุรุษผู้นี้สร้างตำนานที่ต้องจารึกแก่ยุทธภพ ด้วยการได้ชัยชนะเหนือยอดยุทธ์ทั้ธรรมและอธรรมรวม 36 คน

เพียงระยะเวลาอันสั้นแค่ สองสามปี นามของซือเบ๊ปุ๊กคุ้งก็สะท้านทั่ว

แล้วนั่นคือจุดเริ่มต้นของตำนานวีรบุรุษไร้พ่าย ซือเบ๊ปุ๊กคุ้ง ( ซือเบ๊ผู้ไม่เคยปราชัย )

END

Palace Moon

ช่วงที่เขียนนั้นเรากำลังอยู่ในภาวะคลั่งใคล้ ฉีจื่อหลิง แห่ง มังกรคู่ฯ เป็นอย่างมาก ทำให้พลอยบ้าพวกนิยายจีนไปด้วย แถมเป็นช่วงที่บูรพัฒน์เพิ่งบูมการ์ตูนจีน พอดีได้ไปอ่าน วีรบุรุษไร้น้ำตา มาก่อน แบบโคตรรันทดจิต แล้วก็แอบ Y อยู่นิดๆ แล้วเห็นการ์ตูนมันออก เลยกรี๊ดซ๊าม่ายมี หลังอ่านไปได้ 10 กว่าเล่ม เกิดเก็บอาการไม่อยู่ เลยต้องเอามาเขียนซักหน่อย สนองความอยาก ผลก็เลยออกมาเป็นแบบที่เห็น

แต่ถึงยังไง ตัวละครในใจเราก็ยังคงเป็น หลิงน้อย หรือ ฉีจื่อหลิง แห่งมังกรคู่ฯ อยู่ดี อิอิอิ ไม่อยากจะบอกว่าเรารัก ฉีจื่อหลิง มากกว่า ไบรอัน+จัสติน รวมกันซะอีก เพียงแต่เขาเป็นตัวละครที่โลดแล่นในนิยาย ทำให้ไม่มีภาพมาให้จิ้นมากนัก ประกอบกับเป็นแนวปกติ๊ ปกติสุขเหลือหลาย ทำให้จิ้นไม่ลง และที่สำคัญ เราโคตรชอบบบบ นางเอกมันเลย แบบว่า

ฉีจื่อหลิง+สือชิงเสวียน = OTP อ่ะนะ เลยไม่สามารถทำใจจิ้นให้หลิงน้อยกลายเป็น Y ไปได้เจงๆ T___T


นี่เป็นภาพที่เราพอมีเก็บไว้ อยากลงเยอะกว่านี้แต่ส่วนใหญ่จะเป็นภาพคู่ ชาย+หญิง แถมยังมีแต่ผู้หญิงซะด้วยสิ เลยเอามาแค่นี้แหละจ้า พอหอมปากหอมคอ หุหุ


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

555 อ่านจบนี่ รัศมีสีม่วงกระจายเต็มหน้าเลยแฮะ
5555+ I WARNED you !!! guy

#2 By พู่ไหม on 2005-09-15 10:18

กรี๊ดๆๆๆๆๆ สนุกมากๆ วายซะ ไม่อยากเชื่อว่าพี่พู่จะแต่งฟิควายจากหนังจีนกำลังภายในได้ ส่วนรูปนะ สวยมากๆ ชอบค่ะ

#3 By สาวกเฮอร์+เดรโก (202.5.88.4) on 2005-09-15 15:24

พี่ถือว่าเป็นคำชมละกันน้อ ฮี่ ฮี่ ฮี่
ความสามารถส่วนบุคคล อนุญาตให้เลียนแบบได้

ที่แต่งฟิค Y นิยายจีนเก่งชนิดเรียกว่า "เจ้าแม่" ก็คงเป็น คิงเพนกวิน ล่ะมั้ง ขานั้นตะก่อน ฟงอวิ๋น ขึ้นสมอง ไม่รู้ปัจจุบันยังเป็นอยู่รึเปล่า

#4 By พู่ไหม on 2005-09-15 15:45

แหมๆ นอกจากแต่งนิยาย (วาย) ไทยเดิมได้หวานจับจิตแล้ว พี่ท่านยังแต่งนิยายจีนด้วยหรือนี่

ข้าน้อยขอคารวะ

#5 By นะโอ (203.188.10.121) on 2005-09-17 19:47

ภาษาสละสลวยมากค่ะ^^

มังกรคู่ฯก็ชอบฉีจื่อหลิงเหมือนกันค่ะ แต่ชอบพี่ปามากกว่าอ่ะ แล้วก็อ้อจิ้นได้นะพี่ จับมาคู่กับอีก 2 หนุ่ม

ปาฟงหันXฉีจื่อหลิง

สือจื่อเซวียนXฉีจื่อหลิง 55555 พ่อตาเขยขวัญ=^^=

ก็นี่แหละค่ะเล้งๆว่าจะเขียนก็ 2 คู่นี่แหละ แต่ตอนนี้ที่กำลังบ้าแบบสุดๆเลยก็ลี่เย่อไห่จาก FU YU FAN YUN ออกแค่ 40 หน้าก็ตาย (เล่ม 2)-_-' จับมาจิ้นกับผังปาน หุหุ^.^ ตอนอ่านครั้งแรกเก็บเอาไปฝันเลย เดินสวนกับคุณใหญ่ของพี่อยู่ในหัวข้าพเจ้า

สรุปเรามาทำอะไรที่นี่เนี่ย (เม้าท์นิยายจีน^^')

#6 By อ้อ (158.108.2.8 /158.108.12.164) on 2005-09-22 13:00

โอ้ น้องเอ๋ย จริงๆ แล้วเคยจิ้น สือจือเซวียน+หลิงน้อย อยู่เหมือนกัน อิอิอิ ดูเหมือนท่านเทพอาถรรพณ์จะมือ+ใจอ่อนกับหลิงน้อยพอควร

สำหรับ ผังปาน+ลี่เย่อไห่นี่ จิ้นไม่ออกอ่ะ จิ้นออกแต่ ผังปาน + ฟงสิงเลี่ย จ๊อบจอบ

#7 By พู่ไหม on 2005-09-22 16:49

ถึงจะจิ้นพ่อตาสือกับหลิงน้อยก็จริง แต่ที่ชอบสุดๆก็พี่ปากับหลิงน้อยค่ะ พี่ปาแกแมนดีอ่ะ^q^

อีกเรื่องหนึ่งก็ซื้อแค่ 3 เล่ม พอลีเย่อไห่ตายก็เลิกซื้อแล้ว มันหื่นนี่นา (อ่านฟรีอย่างเดียว) คิดๆดูอธรรมศักดิ์สิทธิ์สุดหล่อของข้าพเจ้าถ้ายังอยู่คงเสียใจน่าดูนิที่ลูกศิษย์กลายเป็นพวกหน้าหม้อได้ขนาดนั้น ตัวอ.ยังไม่เคยแตะผู้หญิงเลย (รักษาพรหมจรรย์สุดชีวิต) ส่วนผังปาน...ยกให้เป็นเมะค่ะ เมะแต่เพียงผู้เดียว แต่จิ้นกับฟงสิงเลี่ยไม่ออกอ่ะT^T

ตอนนี้กำลังอ่านมือปราบฯอยู่ค่ะ หลงรักบ้อเช้งอีกคนแล้ว อิอิ

#8 By อ้อ (158.108.2.5 /158.108.12.165) on 2005-09-23 12:07

กรี๊ดดด ชอบคนเดียวกันเลยอีหนู !!!

บ้อเช้งโคตรรรรรรร เคะ !!!! โดยเฉพาะที่เป็นการ์ตูน ฮึ้ย สวยโคดๆๆ เห็นแล้วอดเอาภาพไปซ้อนกับ โทยะ อากิระ ไม่ได้ ฮ้า ~ หัวใจลอยละล่อง

สำหรับ ผังปาน+สิงเลี่ยอ่ะ พี่ให้ผังปานเป็นเมะ สิงเลี่ยเป็นเคะ จ๊า

จะบอกว่าอีกเรื่องที่น่าจิ้นคือ เล็กเซียวหงส์ ก๊าบบบบ
เล็กเซียวหงส์+ฮวยมั่วเล้า อ๊ากกกก เลือดกำเดากระฉูด หรือไม่ก็ ไซมึ้งชวยเสาะ+ฮวยมั่วเล้าก็ด๊าย กรี๊ดๆๆๆๆ

( วิญญาณโกวเล้งอย่าเพิ่งลุกมาหลอนหนูนะค๊า )

#9 By พู่ไหม on 2005-09-23 14:07

พี่หนูยังไม่ได้อ่านฉบับการ์ตูนเลยค่ะ เดี๋ยวต้องหาโอกาสชะแวบไปยลเสียหน่อยแล้ว

เล็กเซียวหงส์ก็ยังไม่ได้อ่าน (เพิ่งมาเริ่มอ่านแนวจีนเองง่ะ) เรื่องนี้สำนักพิมพ์ไหนทำออกมาคะ? ใช่สยามฯหรือเปล่าเอ่ย?

ว่าแต่ยังไงก็จิ้นเสิงเลี่ยไม่ออกT^T (ไม่หล่อพออ่ะ)

#10 By อ้อ (158.108.2.5 /158.108.12.36) on 2005-09-26 12:07

สิงเลี่ยในหนังหล่อนะจ๊ะหนูจ๋า บางรูปเวลาทำหน้าโศกเงี้ย พี่แทบจะตะกายหน้าจอ แต่เสียดายที่ปิงหวินที่เป็นแฟนผังปานดันสวยซะนี่ สวยกว่าเมิ่งเหยาอีก

เล็กเซียวหงส์ที่เป็นของสยามฯ น่ะจ้ะ แนะนำให้อ่านเล่ม 1 พอ นอกนั้นน่าเบื่อมากกกกก อ่านไปหลับไป

ถ้าเริ่มอ่านแนวจีน แนะนำให้หา "มือปีศาจ" มาอ่านนะจ๊ะ สนุกมากกกกก พี่เอาให้เพื่อนอ่าน มันคลั่งไปเลย นิสัยพระเอกกวนโอ๊ยสุดๆ แต่โคตรน่ารัก หน้าตาจิ้มลิ้ม (สวย) ,ปากเสีย (ปากหมา) เย่อหยิ่ง, ขี้อาย ( กับนางเอก ) แบบว่าเป็นพระเอกที่ชอบมั่กๆ ( ไม่รวมหลิงน้อย )

#11 By พู่ไหม on 2005-09-26 13:04

หงะ!!! สิงเลี่ยในหนังมันตาคนที่เล่นเป็นโค่วจงไม่ใช่เหรอคะ? เหมือนจะเคยเห็นแวบๆ ว่าใช่นะ ชื่ออะไรนะ...หลินหลง หรืออะไรนี่แหละ ไม่โปรดอ่ะ เพราะเคยดูหนังสากลแล้วเอาภาพมาซ้อนกันT^T จิ้นไม่ออกเจรงๆ

แต่อยากรู้มากเลยว่าเอาใครมาเล่นเป็นลี่เย่อไห่^^(ยังไม่วาย...) ถ้ารับไม่ได้หัวใจหนูสลายแน่

เห็นว่าเรื่องนี้ดันสิงเลี่ยเป็นตัวเด่นแทนหานป๋อใช่ไหมคะ? ถึงตามข่าวก็คงเห็นแต่รูปเพราะอ่านจีนมะออก

สรุปหน้านี้ของพี่คุยนิยายจีน-_-'

#12 By อ้อ (158.108.2.5 /158.108.12.45) on 2005-09-27 13:04

อ๊ากกกกก...ชอบๆๆๆๆๆ สุดยอดเลยค่ะ
นิยายจีนแบบyหาอ่านยากจะตาย
นี่ถ้าบรรยายฉากด้วยล่ะก็
อึหื๊อ เลือดหมดตัวแน่เลย

#13 By ... on 2005-09-28 15:46

ภาษาสวยงามจับใจอีกแล้วค่ะพี่พู่ไหม แต่ว่ามะเคยดูอ่ะ แฮะๆ

#14 By Yohan (203.155.29.60) on 2005-09-30 13:05

ขอบคุณจ้า ชมมากตัวพี่จะลอยอยู่แล้ว

#15 By พู่ไหม on 2005-09-30 13:39

เพื่อนแนะนำให้มาอ่านค่า พออ่านเรื่องนี้แล้ว ไปหาหนังสือการ์ตูนมาอ่าน ฮามาก ในการตูนจบแต่ ดื่มเหล้าแต่พี่พู่ (ขอเรียกว่าพี่พู่นะคะ) แต่งต่อซะสุดยอดเลย อิอิ ชอบมากเลยค่ะ พี่บรรยายดีมากเลย มากจนจินซะเห็นภาพเลย ส่วนรูปข้างบนก็สวยมากเห็นอบอุ่นดีค่ะ ชอบรูปที่ 2 ค่า จะติดตามฟิคพี่ต่อไปนะคะ

#16 By พฟัฟ (58.136.152.246) on 2005-11-24 21:48

เอิ๊กๆๆๆ แบบตอนนั้นบ้าหนังจีนมากๆ เลยอ่ะจ้า เพราะติดจากมังกรคู่ฯ เนี่ยแหละ แต่ไม่รู้ทำไมกลับแต่งฟิค มังกรคู่ฯ ไม่ได้ซักที

ตอนบรรยายพยายามไม่นึกภาพในการ์ตูนเลยล่ะ เพราพี่แกอย่าง K เอามากๆ ทนม่ายด๊ายยยยยย เลยต้องจิ้นเอาเองใหม่หมด ฮี่ ฮี่

#17 By พู่ไหม on 2005-11-26 15:23

ลิงค์มาเจอค่ะ ก็เลยอ่านฟิคเรื่องนี้ไป....
ตอนแรกก็งงเพราะซายะไม่ได้อ่านนิยายจีน
แต่พอเลื่อนลงมาเจอน้องหลิง(รูป2) แหม...หน้าตาน่าจิ้นขนานนี้ เป็นแล้วอยากจับกดเลยทีเดียว
อ๊างง~ พิมพ์อะไรลงไป 55 ไม่ได้หื่นนะคะ

#18 By ZAYA (202.28.180.201 /10.42.12.159) on 2006-12-19 05:13

มากรี๊ดหลิงน้อยค่า(ซะง้านนนนนนนน)
>_<เพิ่งอ่านมังกรคู่อวสานเมื่อวานค่า หานิยายอ่าน มีน้อยนิด ซิกๆ

มานั่งอ่านเม้นต์อยู่หลายรอบ ยิ้มอยู่หน้าคอม ละลายด้วยรูปหลิงน้อย กรี๊ดๆ

ยกมือsay Y!!
จิ้นเทพอาถรรพ์กับหลิงน้อยด้วยคนค่ะ อัดอั้นตันใจมานาน กร้ากกกกก

เห็นมาหลายตอนที่จื่อหลิงสู้กับสือจื่อเซวียนมื่อไหร่ก็รอดทุกที อิอิอิ
แถมหลิงน้อยยังเกลี้ยกล่อมเทพอาถรรพ์ไปซะทุกครั้ง อ่านแล้วใจเต้นตึกตักๆ อร๊ายยย
ยิ่งกว่านั้นตอนที่เทพอาถรรพ์ไปช่วยหลิงน้อยที่โดนรุมอยู่หน้าอารามกระเรียนหยกนี่ก็ทำเอากรี๊ดไปนานเลยค่ะ555+
ก็พี่แกเล่นโอวเอวไปซะอย่างน้านนน ว้ายๆๆ>////<


ชอบคู่พิสดารอีกคู่ค่ะ หึๆๆ
หลิงน้อยxคุณชายมากรักcry
เคยสังเกตกันไม๊คะว่าถ้าจื่อหลิงพูดอะไรหรือทำหน้ายังไงคุณชายแกถามทุกฉากทุกตอนเหมือนกับตั้งใจดูหลิงน้อยอย่างงั้น>_< แถมนิสัยพี่แกน่ารักใสซื่ออีกต่างหาก จื่อหลิงจับกดเลยค่า5555555+

ปล.แหม ลองคิดว่าคุณชายน่ารักๆกับหลิงน้อยหล่อๆสูงๆรูปร่างดีดูสิคะ กรี๊ดดดดดดดcry

ฟิคเรื่องนี้แต่งได้ดีจังเลยค่ะ>_< อ่านแล้วอยากไปเช่าหนังสือเดี๋ยวนี้เลย กร้ากกกกก

อ่านเม้นต์ต่อ
เฮ่ย...เรื่องเทพมารสะท้านภพนี่จิ้นวายได้ด้วยเหรอคะwink อ่านมาตั้งกะม.ต้น(ความวายยังน้อยอยู่55+)
ไปหามาอ่านอีกครั้งดีกว่า ฮิๆๆopen-mounthed smile